วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ปัญหาวัยรุ่นด้านสารเสพติด

ปัญหาพฤติกรรมวัยรุ่นซึ่งเกิดจากสารเสพติด (Adolescent Problem leading from drugs)
การระบาดของยาเสพติดที่แพร่หลายอยู่ในประเทศไทยเราขณะนี้เป็นปัญหาที่ดูเหมือนว่า จะไม่มีทางแก้ไขได้สำเร็จ การปราบปรามอย่างรุนแรงทั้งด้วยปืนของตำรวจและด้วยปาก ของนักการเมือง ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดที่แทรกแซง เข้าไปยัง ประชากรทุกหมู่เหล่า ทุกเพศทุกวัยได้เลย ปริมาณยาเสพติดที่ยึดได้หากนำมารวมกันทั้งหมดตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน น่าจะนำไปใช้ ถมที่ดินเพื่อก่อสร้างสนามบินแห่งที่สอง เป็นการประหยัดทรายได้มิใช่น้อย ปัญหายาเสพติดมิใช่ปัญหาของบ้านเราเท่านั้น แต่เป็นปัญหาของทุกประเทศในโลก ต่างกันแต่เพียงระดับความรุนแรงและประเภทของยาเสพติดเท่านั้น  การแก้ปัญหายาเสพติด จำเป็นต้องเข้าใจสาเหตุ และกลไกการเกิดปัญหา เพื่อที่จะได้ หาทางแก้ไขได้ครบวงจร มิใช่ไปเน้นที่จุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น


สาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดสารเสพติด
1. ยาและฤทธิ์ยา ตามความหมายของสารเสพติด จะเห็นว่า สารเสพติดถ้าใช้เป็นเวลานานๆ จะเกิดความเคย              ชิน โดยต้องการเพิ่มปริมาณมากขึ้น จะมีอาการขาดยาไม่ได้ ทั้งนี้สารเสพติดจะออกฤทธิ์ต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย จนทำให้มีโอกาสติดสารเสพติดนั้น หรือทำลายร่างกายและสุขภาพได้


2. ตัวผู้เสพ เกิดจากสาเหตุต่างๆ ดังนี้
      2.1. ปัจจัยด้านร่างกาย จากสถานการณ์เจ็บป่วยทางร่างกาย และใช้ยาบำบัดรักษา เช่น การใช้มอร์ฟีนแก้ปวดแก่ผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัด โรคกระดูก โรคมะเร็ง เป็นต้น จนทำให้เป็นสาเหตุการติดสารเสพติดได้
      2.2. ปัจจัยทางด้านจิตใจ อารมณ์ และบุคลิกภาพ บุคคลที่มีบุคลิกภาพและอารมณ์แปรปรวน อารมณ์อ่อนไหว ขาดความมั่นใจในตนเอง สติปัญญาต่ำ ร่างกายอ่อนแอ ผู้ป่วยด้วยโรคจิตและโรคประสาท ตลอดจนพฤติกรรมเบี่ยงเบน เช่น ความคึกคะนอง การเลียนแบบ เป็นต้น บุคคลประเภทนี้เสี่ยงต่อการมีแนวโน้มที่จะถูกชักจูงได้ง่าย การขาดความรับผิดชอบ การขาดความมั่นคงในอารมณ์และจิตใจของตนเอง สามารถเป็นสาเหตุของการใช้จนติดสารเสพติดได้ง่าย

3. สิ่งแวดล้อม เกิดจากสาเหตุต่างๆ ดังนี้
     3.1. ปัจจัยด้านครอบครัว จากปัญหาครอบครัว เช่น การขาดความรักความอบอุ่น การเข้มงวด หรือละเลยจนเกินไป ความขัดแย้ง การทะเลาะวิวาท การขาดความสามัคคี การขาดความสนใจ การขาดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในครอบครัว เป็นต้น
     3.2. ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากฐานะความยากจนของครอบครัวจนเป็นสาเหตุของการต้องกลายเป็นผู้ขายและติดสารเสพติดในที่สุด
     3.3. ปัจจัยด้านสังคม เนื่องจากค่านิยมที่ผิดๆ ของตนเอง เช่น การเป็นที่ยอมรับผูกมิตรกับกลุ่มเพื่อน หรือสังคม การเลียนแบบในเรื่องบุหรี่ สุรา สารเสพติดต่างๆ เป็นต้น

ผลกระทบของสารเสพติด
1.   ด้านสุขภาพอนามัย ผู้ตกเป็นทาสสารเสพติดเกือบทุกประเภทร่างกายจะซูบซีด ผอมเหลือง เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ความคิดอ่านช้า ความจำเสื่อม ขาดสติ อาเจียน นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร และจะเสียชีวิตในที่สุด
2.   ด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากสารเสพติดทุกประเภทผู้เสพจะต้องเพิ่มยาให้มากขึ้นตลอดเวลาและหยุดเสพไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องสูญเสียเงินทองสำหรับซื้อยามาเสพไม่มีที่สิ้นสุด ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ดังเช่นคนปกติทั่วไป ครอบครัวและรัฐต้องสูญเสียแรงงานไป ดังนั้น จึงส่งผงเสียหายต่อเศรษฐกิจ ทั้งของตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติโดยส่วนรวม
3.   ด้านสังคม สารเสพติดยังเป็นตัวก่อให้เกิดปัญหาสังคมอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอาชญากรรม เพราะผู้ติดยาจำเป็นต้องใช้เข็มสำหรับฉีดยาเสพติดเป็นประจำทุกวัน และจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การประกอบอาชีพสุจริตทั่วๆ ไปนั้นย่อมเป็นการยากที่จะหาเงินมาซื้อสารเสพติดได้อย่างพอเพียง และในสภาพความเป็นจริงผู้ติดยาจะไม่มีใครคบค้าหรือร่วมสมาคมด้วยเหตุนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการประกอบอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์ นอกจากนั้นยังเป็นสาเหตุของปัญหาสังคมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ปัญหาวัยรุ่น ปัญหาการพนัน ปัญหาครอบครัว ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ เป็นต้น
4.   ด้านความมั่นคงของชาติ ความร้ายแรงของสารเสพติดมีผลโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศชาติเป็นอย่างมาก เพราะถ้าประเทศใดมีประชากรติดสารเสพติดจำนวนมาก ประเทศนั้นก็จะอ่อนแอ เศรษฐกิจเสียหาย มีปัญหาสังคมต่างๆ เหล่านี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงของประเทศ






การป้องกันปัญหายาเสพติด             
การป้องกันปัญหาสิ่งเสพติดต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย ดังนี้
1.  การป้องกันตนเอง
    1.1. ไม่ทดลองเสพสิ่งที่รู้ว่ามีภัย เพราะอาจจะทำให้ติดได้ง่าย
    1.2. เลือกคบเพื่อนที่ดี พยายามหลีกเลี่ยงเพื่อนที่ชอบชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย
    1.3. รู้จักใช้วิจารณญาณในการแก้ปัญหา
    1.4. การสร้างทักษะชีวิต โดยเฉพาะทักษะการปฏิเสธเมื่อถูกเพื่อนชักชวนให้เสพสิ่งเสพติดต้องรู้จัก   ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล โดยการชี้แจงผลเสียของสิ่งเสพติดต่อการเรียนและอนาคต การรู้จักปฏิเสธอย่างจริงจังและจิตใจแน่วแน่จะทำให้เพื่อนเกรงใจไม่กล้าชวนอีก    
2. การป้องกันในครอบครัว 
    ผู้ที่ติดสิ่งเสพติดส่วนใหญ่จะเกิดจากครอบครัวที่แตกแยกมีปัญหา ขาดความรักความอบอุ่น เกิดความว้าเหว่ ขาดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ซึ่งเป็นเหตุให้เด็กๆ หันไปพึ่งยาเสพติดแทน ดังนั้นพ่อแม่จึงควรให้ความรักความอบอุ่น และพ่อแม่ก็ควรจะประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และเป็นที่ปรึกษาให้แก่ลูกๆได้ ทำให้ลูกไม่หันไปพึ่งพายาเสพติด   
 3.  การป้องกันในโรงเรียน
    
ครูควรให้ความรู้เกี่ยวกับโทษและอันตรายของสิ่งเสพติดให้กับนักเรียน จัดให้มีกิจกรรมนันทนาการในโรงเรียนให้เพียงพอและสนับสนุนให้นักเรียนได้ร่วมกิจกรรมนันทนาการต่างๆและสอนให้เด็กรู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
  4. การป้องกันชุมชน
    
 การป้องกันชุมชนจากปัญหาสิ่งเสพติดทำได้หลายวิธี เช่น
    1. การให้ความรู้ โดยการอบรมแก่ทุกคนในชุมชนให้เห็นโทษหรืออันตรายจากสิ่งเสพติด
    2. เสริมกิจกรรมยามว่าง โดยการส่งเสริมอาชีพแก่ชุมชนยามว่าง เช่น การเย็บเสื้อผ้า การทำรองเท้า
    3. ตั้งศูนย์รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับสิ่งเสพติด เมื่อพบว่ามีการซื้อขายหรือเสพสิ่งเสพติดภายในชุมชน
    4. เข้าร่วมโครงการชุมชนปลอดสิ่งเสพติดต่างๆ ทั้งที่ทางราชการจัดขึ้น และชุมชนคิดริเริ่มขึ้นมาเอง




ตัวอย่างเหตุการณ์ : ตร.พัทยารวบ 22 วัยรุ่น เปิดบ้านเช่ามั่วสุมยาเสพติด

 

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.ภ.2 พ.ต.อ.ศุภธีร์ บุญครอง
รอง.ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รรท.ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง แถลงผลการเข้าจับกุมวัยรุ่นจำนวน 22 คน ที่บ้านเลขที่ 139/89 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หมู่บ้านวิวพอยท์ ซ.ชัยพฤกษ์ แบ่งเป็นวัยรุ่นชาย 15 คน และหญิง 7 คน พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 11 มม. 1 กระบอก เครื่องกระสุน 10 นัด และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (ยาอิลิมิน 5 หรือ ไฟไฟร์ 5) จำนวน 30 เม็ด
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.อ.สุภธีร์ สืบทราบว่า มีวัยรุ่นทั้งชายและหญิงเช่าบ้านหลังใหญ่ เพื่อเข้าไปมั่วสุมปาร์ตี้ยาเสพติด จึงนำกำลังเข้าจับกุม พบเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น กลุ่มวัยรุ่นกำลังเปิดเพลงเต้นกันอย่างสนุกสนาน จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมตรวจค้นพบยาไฟไฟร์ 5 ตกอยู่ที่พื้นและอาวุธปืน ซึ่งเป็นของนายบดินทร์ รุ่งโรจน์ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/3 ม.9 ต.ทุ่งขวาง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นอกจากนี้ จากการตรวจปัสสาวะ พบว่ามีสีม่วงจำนวน 20 คน จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางไปสอบสวนต่อที่ สภ.เมืองพัทยา
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การว่า เช่าบ้านหลังดังกล่าวเพื่อเข้าไปมั่วสุมปาร์ตี้กัน โดยเจ้าของบ้านให้เช่าวันละ 1 หมื่นบาท ซึ่งภายในบ้านมีเครื่องเสียงไว้บริการลูกค้า เพื่อเข้ามาจัดปาร์ตี้ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ดังกล่าว
วิเคราะห์เหตุการณ์
1.             สาเหตุของปัญหา  เนื่องจากความคึกคะนองของวัยรุ่น การดูแลไม่ทั่วถึงของผู้ปกครอง
2.             การป้องกันปัญหาพฤติกรรมวัยรุ่น  มีการสร้างสัมพันธภาพที่ดีภายในครอบครัว คบเพื่อนที่ดี
3.             การแก้ไขปัญหาพฤติกรรมวัยรุ่น  ทางครอบครัวควรใส่ใจในวัยรุ่นมากยิ่งขึ้น พยายามให้กำลังใจในการปรับปรุงพฤติกรรมต่างๆ และร่วมกันทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์
4.              ผลกระทบของปัญหา  พฤติกรรมเหล่านี้มีความอันตรายมาก อาจส่งผลกระทบไปทั่วสังคมถ้าไม่ถูกระงับไว้ก่อน


อ้างอิง


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น