วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ปัญหาด้านทะเลาะวิวาทของวัยรุ่น

ปัญหาทะเลาะวิวาทของเด็กวัยรุ่น

ปัญหาทะเลาะวิวาทของเด็กวัยรุ่นในสังคมไทยเริ่มรุนแรงขึ้นทุกวันซึ่งบ้างก็มีทั้งที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และไม่เป็นข่าว ซึ่งในแต่ละครั้งก็จะมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่าย ทำให้สร้างความเดือดร้อนกับตัวผู้ก่อเหตุเองและผู้ปกครองของกลุ่มเด็กวัยรุ่น ซึ่งที่ผ่านมาทางหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ก็ได้มีการหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด เพื่อลดและป้องกันทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่น



  
สาเหตุ
1.เนื่องจากสถานศึกษาไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร การไม่ให้การสนับสนุนและเห็นความสำคัญของปัญหาของผู้บริหาร เช่น ในการที่ตำรวจจะเข้าไปตรวจค้นอาวุธในสถาบันการศึกษา
2.เกิดจากการถูกทำร้ายร่างกายมาก่อน
3.เกิดจากการเป็นศัตรูคู่อริ ทำให้บุคคลที่เกี่ยวข้องขาดความร่วมมือในการปฏิบัติ
  

4.เกิดจากความต้องการอวดให้รุ่นน้องเห็น 
5.เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ใจร้อน และขาดสติ เป็นความแค้นส่วนตัว ไม่ชอบหน้ากัน และไม่ถูกกัน เกิดจากการปลูกฝังค่านิยมที่ผิดๆ จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง จากเรื่องชู้สาว และมาพัวพันกับเพื่อนผู้หญิงในสถาบัน เพื่อสร้างให้เกิดความรู้สึกศักดิ์ศรีหรือความยิ่งของสถาบัน เป็นต้น
6.เกิดจากความรู้สึกเสียศักดิ์ศรี ความคึกคะนองตามธรรมชาติของวัยรุ่น และรวมถึงวันรุ่นมีภูมิต้านทานต่อการยั่วยุต่ำ
        


  

 แต่อย่างไรก็ตามเงื่อนไขที่ทำให้การก่อเหตุทะเลาะวิวาทดำรงอย่างต่อเนื่องคือ การเกิดตัวตนแห่งสถาบัน ได้แก่ สถาบันครอบครัว สถาบันชุมชน สถาบันการศึกษาและสถาบันกลุ่มหรือเครือข่าย เป็นต้น สถาบันเหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นโดยกระบวนการที่เป็นกลไกทางสังคมสั่งสมจนกลายเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมา นอกจากนั้นการให้ความหมายหรือตีความ โดยเฉพาะการให้ความหมายและการตีความต่อโลกและสังคมของการก่อเหตุทะเลาะวิวาท จะเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นเมื่อดำเนินวิถีชีวิตอยู่ในสังคมวัยรุ่น 
สรุปได้ว่า
การทะเลาะวิวาทนั้นมากจากหลายๆสาเหตุซึ่งสาเหตุต่างๆนั้นเราสามารถช่วยกันแก้ไขได้เช่น การที่นักเรียนนักศึกษาทะเลาะกันเราก็สามารถสร้างจัดกิจกรรมโดยรวมสถาบันที่ผิดใจกันและนำมารวมกันเพื่อปลูกฝังให้นักเรียนรักกัน การที่เราช่วยกันจะทำให้ให้เด็กนักเรียนมีอนาคตขึ้นและยังทำให้สังคมไทยหน้าอยู่ยิ่งขึ้น
  
ผลกระทบต่อสังคม:
1.เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสีย ไม่เพียงแต่จะสร้างปัญหาให้กับตัวเองแล้ว ยังทำให้สถาบันการศึกษาเสื่อมเสียชื่อเสียง และเป็นปัญหาให้กับสังคมและคนรอบข้าง เพราะนอกจากนักเรียนโรงเรียนคู่อริจะได้รับบาดเจ็บแล้ว คนที่โดนลูกหลงก็ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย



  
2.ก่อให้เกิดอาชญากรรมของเด็กวัยรุ่นที่กระทำต่อคนทั่วไปที่ไม่ได้รู้เรื่อง เช่น เด็กจี้แท็กซี่เพราะต้องการเอาเงินไปเที่ยวกลางคืน การตี ฆ่า ข่มขืน เด็กแว้น (เด็กกวนเมือง หรือ เด็กผู้หญิงตบตีกันแล้วถ่ายคลิปเอาไว้




3.เมื่อเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาท สถาบันเหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นโดยกระบวนการที่เป็นกลไกทางสังคมสั่งสมจนกลายเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมา นอกจากนั้นการให้ความหมายหรือตีความ โดยเฉพาะการให้ความหมายและการตีความต่อโลกและสังคมของการก่อเหตุทะเลาะวิวาท จะเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นเมื่อดำเนินวิถีชีวิตอยู่ในสังคมวัยรุ่น

สรุปได้ว่า
การที่เกิดการทะเลาะวิวาทขึ้นส่งผลให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บมีผู้เสียชีวิตและทำให้นักเรียนนักศึกษาที่เรียนอยู่เรียนไม่จบเพราะปัญหาการทะเลาะวิวาทเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสีย นักเรียนนักศึกษาก้าวราวต่อพ่อแม่ นักเรียนนักศึกษาก่ออาชญากรรมขึ้น

วิธีการแก้ปัญหา
1.ผู้มีเรื่อง ตัวผู้มีเรื่อง ถือว่าสำคัญที่สุด เมื่อเกิดความขัดแย้งกันให้คุยกันด้วยเหตุผล ใจเย็นๆ พยายามตกลงกันให้ได้โดยสันติวิธี อย่าให้เรื่องบานปลายถึงขั้นทะเลาะวิวาทกัน ต้องคิดว่า “ใช้สมองตัดสินปัญหา อย่าใช้กำลังตัดสินปัญหา” ถ้ามีเรื่องหนักต้องรู้จักข่มใจและอดทนไว้ อาจหนีปัญหาไปชั่วคราวก่อนแล้วมาทำความเข้าใจกันทีหลัง



2.กลุ่มเพื่อน กลุ่มเพื่อนควรห้ามปรามช่วยไกล่เกลี่ยผู้มีเรื่อง ถ้าไม่ได้ผลอาจบอกครู อาจารย์ ข้อสำคัญเพื่อนอย่ายุหรือช่วยเพื่อนทะเลาะด้วย เพราะถ้าทำเช่นนั้นจะเกิดเรื่องที่มีความรุนแรงขึ้น
3.ครู ครูต้องช่วยตัดสินปัญหาให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจ และยอมรับว่าจะไม่ไปก่อเรื่องทะเลาะวิวาทกันอีกและครูควรจะติดตามพฤติกรรมของทั้งสองฝ่ายสักระยะหนึ่ง ถ้าไม่มีปัญหาอีกก็ไม่ต้องติดตาม ครูอาจารย์อาจเชิญผู้ปกครองของทั้งสองฝ่ายมาเพื่อแจ้งให้ทราบและช่วยกันแก้ไขต่อไปหรือถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้รับบาดเจ็บ อีกฝ่ายหนึ่งอาจจะต้องรับผิดชอบ
เรื่องค่ารักษาพยาบาล โดยครูอาจารย์ควรให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเอง เพื่อความพอใจของทั้งสองฝ่าย



4.ผู้ปกครอง ผู้ปกครองต้องช่วยอบรมสั่งสอนบุตรหลานของตนเองให้ดีอย่าให้ไปทะเลาะวิวาทกับคนอื่นเพื่อชีวิตจะได้อยู่อย่างเป็นสุข ถ้าหากทางโรงเรียนเชิญมาก็ควรเสียสละเวลามาเพื่อรับทราบปัญหาและช่วยกันแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
  

ตัวอย่างเหตุการณ์- เด็กอาชีวะตีกัน ปาระเบิดใส่ดับ1

นักเรียนอาชีวะโหดปาระเบิดปิงปองลูกเท่าส้มโอใส่หนุ่มนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ ขณะนั่งรถสองแถวไปเรียนทำให้ถูกระเบิดฉีกร่างเละไปตาย ที่โรงพยาบาล ตำรวจเผยเหยื่อนั่งรถสองแถวไปเรียนหนังสือพร้อมเพื่อนร่วมสถาบันร่วม 20 คน ระหว่างทางกลุ่มนักศึกษาสถาบันคู่อริราว 10 คน ขี่รถ จยย.ไล่ตาม พอรถติดไฟแดงกรูทำร้ายหนุ่มชะตาขาดกับเพื่อนเกิดการตะลุมบอนอุตลุด ก่อนจะปาระเบิดเข้าไปในรถตกใส่หน้าตักหนุ่มชะตาขาดเป็นแผลฉกรรจ์แพทย์ต้องตัดขาทิ้งทั้ง 2 ข้าง แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ส่วนเพื่อน 2 คนบาดเจ็บเล็กน้อย หลังเกิดเหตุตำรวจตามลากคอมือระเบิดทันควัน
วิเคราะห์สถานการณ์
1.สาเหตุ-เกิดจากการมีสถาบันคู่อริ ไม่พอใจซึ่งกันและกันแล้วจึงลงมือทำร้ายอีกฝ่าย
2.ผลกระทบ-มีผู้เสียชีวิต อีกทั้งยังลำบากตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
3.การป้องกัน-มีการตรวจค้นอาวุธในตัวนักเรียนก่อนเข้า,ออกสถานศึกษา
4.การแก้ไข-คุณครูควรเอาใจใส่นักเรียนมากขึ้น อบรมว่าการทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น